making_bloody_stains_halloween_costume_236854_6345.jpg

เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหาคราบสกปรกจากสิ่งต่างๆ ฝังแน่นบนเนื้อผ้า โดยเฉพาะคราบเลือด จนกลายเป็นปัญหาหนักอกในการกำจัดและซักทำความสะอาด แต่หายห่วงได้เพราะเรากำลังจะมาแนะนำวิธีแก้ไขเรื่องง่ายๆ เหล่านี้

 

1.น้ำยาล้างจาน

สูตรนี้เข้มข้นกว่าสูตรน้ำเกลือเพื่อกำจัดคราบที่ฝังแน่นให้หลุดออกอย่างง่ายดาย ด้วยการผสมน้ำยาล้างจาน 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำเย็น 2 ถ้วยตวง คนให้เกิดฟองเล็กน้อย ใช้ผ้าขนหนูสีขาวชุบส่วนผสมแล้วซับลงบนคราบ ขัดคราบเบา ๆ ด้วยแปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้ว จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเย็นซับซ้ำ ๆ จนกว่าคราบจะออกหมด และใช้ผ้าแห้งซับอีกครั้งจนกว่าที่นอนจะสะอาด

 

2.ล้างในน้ำเย็นจัด

เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการกำจัดคราบเลือดสดที่ติดบนเสื้อผ้า แต่ถ้าผ้าเหล่านั้นไม่ได้เปื้อนเลือดจนโชก เช่นเป็นเพียงรอยเลือดบนพรมหรือเฟอร์นิเจอร์ ก็แนะนำให้คุณหยดน้ำเย็นลงบนคราบเลือดโดยตรงจนคราบนั้นเลือนไป จากนั้นยกของชิ้นนั้นออกไปพึ่งด้านนอก

 

3.น้ำเกลือเย็น

วิธีนี้จะใช้ได้ผลกับคราบเลือดที่เพิ่งเลอะใหม่ ๆ ก่อนอื่นละลายเกลือ 2 ช้อนชา ในน้ำเย็น 1 ถ้วยตวง แล้วใส่ขวดสเปรย์เพื่อนำไปฉีดพ่นลงบนคราบเลือดประจำเดือน แล้วใช้ผ้าแห้งซับให้คราบซึมออกมา จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเย็นธรรมดามาเพื่อล้างคราบออก ก่อนจะปิดท้ายโดยใช้ผ้าแห้งซับอีกทีให้คราบหายไป

 

4.ใช้สบู่หรือแชมพู

หากคุณไม่มีไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์หรือเกลืออยู่ในมือ หรือใช้น้ำเย็นแล้วคราบยังคงหลงเหลืออยู่ ให้ใช้สบู่หรือแชมพูเพื่อกำจัดคราบนั้นจนกว่าคราบจะหายไปแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

 

5.น้ำมะนาวและเกลือ

มาลองกำจัดคราบด้วยวิธีธรรมชาติด้วยการผสมเกลือ 1 ส่วน และน้ำมะนาว 1 ส่วน ให้เข้ากัน จากนั้นนำมาป้ายลงบนคราบ ทิ้งไว้สักพัก แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเย็นซับออกให้หมด และตามด้วยผ้าแห้งซับลงไปเพื่อให้ที่นอนแห้งเร็วขึ้น

 

6.ใช้แอมโมเนียกับคราบที่กำจัดได้ยาก

สำหรับการกำจัดคราบเลือดที่ฝังแน่น ให้ใช้แอมโมเนียประมาณ 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำเย็นครึ่งถ้วย จากนั้นเทลงบนคราบเลือด ทิ้งไว้สัก 2-3 นาที แล้วนำไปซักในน้ำเย็น ทำซ้ำแบบเดิมหากมีความจำเป็น แต่ต้องระวังว่าอย่าใช้แอมโมเนียกับผ้าที่มีเนื้อละเอียดอ่อนเช่นผ้าไหม ผ้าลินิน หรือผ้าขนสัตว์

 

7.น้ำส้มสายชู

การทำความสะอาดคราบประจำเดือนต้องทำภายใน 24 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้นคราบจะติดแน่นทนนาน ด้วยการนำน้ำส้มสายชูมาป้ายลงบนคราบเลือด ทิ้งไว้ 5-10 นาที จากนั้นซักด้วยผ้าแห้งให้คราบหลุดออกมาจนหมด และใช้ผ้าเปียกซับเพื่อล้างน้ำส้มสายชูออก ก่อนจะซับตามด้วยผ้าแห้งอีกครั้ง

 

คราวนี้ปัญหาที่ว่ายากจะแก้ไขของคุณก็จะหมดไป เพียงแค่นำวิธีเหล่านี้ไปลองปรับใช้เพื่อให้ได้ผลดี จะได้ลดทอนเรื่องน่าปวดหัวไปได้อีก 1 เรื่อง ให้คุณได้ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายได้ยิ่งขึ้น





0 Comments